วิธีฝึกกรรมฐานด้วยตนเองแบบง่าย ๆ
มีท่านพุทธศาสนิกชนมากท่านได้มีจดหมายมาขอวิธีปฏิบัติกรรมฐานแบบง่ายๆ เพื่อฝึก

ด้วยตนเอง อาตมาจึงเขียนวิธีฝึกกรรมฐานด้วยตนเองขึ้นเป็นแบบฝึกในหมวด

สุกขวิปัสสโก

คือฝึกแบบง่ายๆ ขอให้ท่านผู้สนใจปฏิบัติตามนี้






สมาธิ

อันดับแรก ขอให้ท่านผู้สนใจจงเข้าใจคำว่าสมาธิก่อนสมาธิ แปลว่า ตั้งใจมั่น หมายถึง

การตั้งใจแบบเอาจริงเอาจัง นั่นเอง ตามภาษาพูดเรียกว่า เอาจริงเอาจัง คือ ตั้งใจว่าจะทำ

อย่างไร ก็ทำอย่างนั้นอย่างเคร่งครัด ไม่เลิกล้มความตั้งใจ






ความประสงค์ที่เจริญสมาธิ

ความประสงค์ที่เจริญสมาธิก็คือ ต้องการให้อารมณ์สงัดและเยือกเย็นไม่มี

ความวุ่นวายต่ออารมณ์ที่ไม่ต้องการ และความประสงค์ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ อยากให้

พ้นอบายภูมิ คือไม่เกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกายสัตว์เดียรัจฉาน อย่างต่ำถ้าเกิดใหม่ขอ

เกิดเป็นมนุษย์ และต้องการเป็นมนุษย์ชั้นดี คือ

        ๑. เป็นมนุษย์ ที่มีรูปสวย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ไม่มีอายุสั้นพลันตาย

        ๒. เป็นมนุษย์ ที่มีความสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ ทรัพย์สินไม่เสียหายด้วยไฟไหม้,

            โจรเบียดเบียน, น้ำท่วม หรือลมพัดทำลายให้เสียหาย

        ๓. เป็นมนุษย์ ที่มีคนในปกครองอยู่ในโอวาทไม่ดื้อด้านดันทุรัง ให้มีทุกข์เสียทรัพย์สิน

            และเสียชื่อเสียง

        ๔. เป็นมนุษย์ ที่มีวาจาไพเราะ เมื่อพูดออกไปเป็นที่พอใจของผู้รับฟัง

        ๕. เป็นมนุษย์ ที่ไม่มีอาการปวดประสาท คือปวดศีรษะมากเกินไป ไม่เป็นโรคประสาท

            ไม่เป็นบ้าคลั่งเสียสติ

        รวมความว่าโดยย่อก็คือ ต้องการเป็นมนุษย์ที่มีความสงบสุขทุกประการ เป็นมนุษย์

ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินทุกประการ ทรัพย์ไม่มีอะไรเสียหายจากภัย ๔ ประการคือ

ไฟไหม้ ลมพัด โจรรบกวน น้ำท่วม และเป็นมนุษย์ที่มีความสงบสุข ไม่เดือดร้อนด้วยเหตุ

ทุกประการ ฯลฯ






ประสงค์ให้เกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าบนสวรรค์

บางท่านก็ต้องการไปเกิดบนสวรรค์เป็นนางฟ้าหรือเทวดาที่มีร่างกายเป็นทิพย์ มีที่อยู่

และสมบัติเป็นทิพย์ไม่มีคำว่าแก่, ป่วยและยากจน (ความปรารถนาไม่สมหวัง) เพราะ

เทวดา หรือนางฟ้าไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย มีความปรารถนาสมหวังเสมอ

        บางท่านก็อยากไปเกิดเป็นพรหม  ซึ่งมีความสุขและอานุภาพมากกว่าเทวดาและนางฟ้า

บางท่านก็อยากไปนิพพาน  

        เป็นอันว่าความหวังทุกประการตามที่กล่าวมาแล้วนั้นจะมีผลแก่ทุกท่านแน่นอน ถ้าท่าน

ตั้งใจทำจริง และปฏิบัติตามขั้นตอน  

        แบบที่บอกว่าง่ายๆ นี้ถ้าปฏิบัติได้ครบถ้วน ท่านจะได้ทุกอย่างตามที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด

โดยใช้เวลาไม่นานนัก จะช้าหรือเร็วอยู่ที่ท่านทำจริงตามคำแนะนำหรือไม่เท่านั้นเอง







อารมณ์ที่ต้องการในขณะปฏิบัติ

สำหรับอารมณ์ที่ต้องการในขณะปฏิบัติ ท่านต้องเข้าใจเสียก่อนว่า เวลานั้นต้องการ

อารมณ์สบาย ไม่ใช่อารมณ์เครียด เมื่อมีอารมณ์เป็นสุขถือว่าใช้ได้ อารมณ์เป็นสุขไม่ใช่

อารมณ์ดับสนิทจนไม่รู้อะไรเป็นอารมณ์ธรรมดาแต่มีความสบายเท่านั้นเองยังมีความรู้สึก

ตามปกติทุกอย่าง






เริ่มทำสมาธิ

เริ่มทำสมาธิใช้วิธีง่าย ๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก ใช้ธูปเทียนเท่าที่มีบูชาพระ

ใช้เครื่องแต่งกายตามที่ท่านแต่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องแต่งตัวสีขาว ฯลฯ

เป็นต้น เพราะไม่สำคัญที่เครื่องแต่งตัว ความสำคัญจริง ๆ อยู่ที่ใจ ให้คุมอารมณ์ใจ

ให้อยู่ตามที่เราต้องการก็ใช้ได้





อาการนั่ง

อาการนั่ง  ถ้าอยู่ที่บ้านของท่านตามลำพัง ท่านจะนั่งอย่างไรก็ได้ตามสบาย จะนั่ง

ขัดสมาธินั่งพับเพียบ นั่งห้อยเท้าบนเก้าอี้ หรือ นอน ยืน เดิน ตามแต่ท่านจะสบายทั้งนี้หมาย

ถึงหลังจากที่ท่านบูชาพระแล้ว เสร็จแล้วก็เริ่มกำหนดรู้ลมหายใจเข้า และหายใจออกคำว่า

กำหนดรู้ คือหายใจเข้าก็รู้หายใจออกก็รู้ ถ้าต้องการให้ดีมาก ก็ให้สังเกตด้วยว่าหายใจเข้า

ยาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้นขณะที่รู้ลมหายใจนี้ และเวลานั้นจิตใจไม่คิดถึงเรื่องอื่นๆ

เข้าแทรกแซงก็ถือว่าท่านมีสมาธิแล้วการทรงอารมณ์รู้เฉพาะลมหายใจเข้าออกโดยที่อารมณ์

อื่นไม่แทรกแซง คือไม่คิดเรื่องอื่นในเวลานั้น จะมีเวลามากหรือน้อยก็ตามชื่อว่าท่านมีสมาธิ

แล้ว คือตั้งใจรู้ลมหายใจโดยเฉพาะ







ภาวนา

การเจริญกรรมฐานโดยทั่วไปนิยมใช้คำภาวนาด้วย เรื่องคำภาวนานี้อาตมาไม่จำกัดว่า

ต้องภาวนาอย่างไร  เพราะแต่ละคนมีอารมณ์ไม่เหมือนกัน  บางท่านนิยมภาวนาด้วยถ้อยคำ

สั้น ๆ บางท่านนิยมใช้คำภาวนายาว ๆ  ทั้งนี้ก็สุดแล้วแต่ท่านจะพอใจ  อาตมาจะแนะนำคำ

ภาวนาอย่างง่ายคือ " พุทโธ " คำภาวนาบทนี้ ง่าย สั้น เหมาะแก่ผู้ฝึกใหม่มีอานุภาพและมี

อานิสงส์มาก เพราะเป็นพระนามของพระพุทธเจ้า การนึกถึงชื่อของพระพุทธเจ้าเฉย ๆ

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในเรื่อง มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร ว่าคนที่นึกถึงชื่อท่านอย่างเดียวตายไป

เกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าบนสวรรค์ไม่ใช่นับร้อยนับพัน พระองค์ตรัสว่านับเป็นโกฏิ ๆ เรื่อง

นี้จะนำมาเล่าข้างหน้าเมื่อถึงวาระนั้น

        เมื่อภาวนาควบคู่กับรู้ลมหายใจจงทำดังนี้ เวลาหายใจเข้านึกว่า "พุท" เวลาหายใจ

ออกนึกว่า "โธ" ภาวนาควบคู่กับรู้ลมหายใจตามนี้เรื่อย ๆ ไปตามสบาย ถ้าอารมณ์ใจสบาย

ก็ภาวนาเรื่อย ๆ ไป แต่ถ้าเกิดอารมณ์ใจหงุดหงิดหรือฟุ้งจนตั้งอารมณ์ไม่อยู่ก็จงเลิกเสีย

จะเลิกเฉย ๆ หรือดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุหรือหาเพื่อนคุยให้อารมณ์สบายก็ได้ (เพื่อเป็น

การผ่อนคลายอารมณ์)  อย่ากำหนดเวลาตายตัวว่า ต้องนั่งให้ครบเวลาเท่านั้นเท่านี้แล้ว

จึงจะเลิกถ้ากำหนดอย่างนั้นเกิดอารมณ์ฟุ้งซ่านขึ้นมาจะเลิกก็เกรงว่าจะเสียสัจจะที่กำหนด

ไว้ ใจก็เพิ่มการฟุ้งซ่านมากขึ้นถ้าเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ ก็จะเกิดเป็นโรคประสาทหรือเป็นโรคบ้า

ขอทุกท่านจงอย่าทนทำอย่างนั้น





































เมื่อ 18 ?????? 2551 , 20:45:43
โดย หนูเล็ก พระราม3 (0) 


กำลังแสดงหน้าที่ /1 ->
<< 1 >>


สาธุครับ
เมื่อ 18 เมษายน 2551 , 20:46:50
โดย หนูเล็ก พระราม3 (0) 

อมิตตพุธ อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง
เมื่อ 18 เมษายน 2551 , 21:53:56
โดย ปุย บางใหญ่ (3) 

สาธุด้วยครับ
เมื่อ 20 เมษายน 2551 , 01:36:51
โดย นาคชรา (0) 

ขอขอบคุณมากครับ ธุจ้า
เมื่อ 20 เมษายน 2551 , 09:37:34
โดย peterdriverbkk (0) 

อนุโมทนา สาธุ....

เมื่อ 29 พฤษภาคม 2551 , 20:59:07
โดย Wnk809 (0) 

กำลังแสดงหน้าที่ /1 ->
<< 1 >>


กรุณา Login ก่อนตอบกระทู้